แทงบอลออนไลน์
เว็บหวยออนไลน์
gclub
คาสิโน หวย จ่ายเยอะสุด
รับเปิดเว็บพนันออนไลน์
บาคาร่าออนไลน์
คาสิโนออนไลน์
pussy888
คาสิโนออนไลน์
joker123
หวยออนไลน์
สล็อตออนไลน์
pussy888
สล็อต
Betflix
เว็บพนันออนไลน์
เช่าเครื่องเสียง ตัดต่อสายพานลำเลียง อบรมปั้นจั่น บ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป คาสิโนออนไลน์ รับทำรั้ว

slotxo รับรีโนเวท บ้านน็อคดาวน์, ขายบ้านน็อคดาวน์, รับออกแบบบ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป รับติดป้ายโฆษณา บ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป ตอกเสาเข็ม, ขายเสาเข็ม, ขายแผ่นพื้น, ปั้นจั่น, รับผลิตเสาเข็ม

โปรโมทเว็บ, รับโฆษณาสินค้า ไนโตรเจนเหลว รับติดป้ายโฆษณา รับติดตั้งตาข่ายกันนก แพแอร์กาญจนบุรี รับติดป้ายแบนเนอร์, ป้ายโฆษณาราคาถูก

คาสิโนออนไลน์
เกมออนไลน์
หวยออนไลน์
แบคดรอปผ้า

หวยออนไลน์
เว็บคาสิโนอันดับ1
แทงบอลออนไลน์
เว็บแทงบอล sbo ดีที่สุด
บาคาร่า คาสิโน เล่นง่ายจ่ายจริง
luciebet คาสิโนออนไลน์
SA Gaming
เว็บพนันอันดับหนึ่ง
KUคาสิโน
หวยออนไลน์
หวยออนไลน์
หวยออนไลน์

ผู้เขียน หัวข้อ: รับยา “ร้านขายยาใกล้ฉัน” แก้วิกฤต “รอคิวนาน” ไอเดีย “หมอหนู” สังคายนารพ.รัฐ(ครั้งใหญ่)  (อ่าน 120 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

guruonline

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 97
    • ดูรายละเอียด

Permalink: รับยา “ร้านขายยาใกล้ฉัน” แก้วิกฤต “รอคิวนาน” ไอเดีย “หมอหนู” สังคายนารพ.รัฐ(ครั้งใหญ่)
ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - นับเป็นหนึ่งในมาตรการยกเครื่องบริการสาธารณสุขที่น่าสนใจเลยทีเดียวสำหรับแนวคิดของ “หมอหนู - อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ที่เดินเครื่องนโยบายให้ “ผู้ป่วย” สามารถนำใบสั่งยาจากแพทย์ไปรับยาที่ “ร้านขายยา” ใกล้บ้าน แก้ปัญหาโรงพยาบาลรัฐแออัด ลดการรอคิวรับยานานค่อนวันและลดภาระบุคลากรทางการแพทย์

ทั้งนี้ เป็นที่รับรู้ว่า ปัญหาการ “รอคิวรับยานาน” ถือเป็นปัญหาสำคัญในโรงพยาบาลรัฐ ซึ่งพบเห็นกันจนเป็นภาพเจนตาและรอการแก้ไขอย่างมีประสิทธิผลมานับทศวรรษ ยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับ “โรงพยาบาลเอกชน” ด้วยแล้ว ยิ่งเห็นชัดว่าการบริหารจัดการระบบยาในโรงพยาบาลรัฐมีปัญหาและจำต้องปรับปรุงให้เกิดประสิทธิภาพ

ปัญหาดังกล่าวนับเป็นการซ้ำเติมผู้ป่วยผู้เข้ารับบริการทางการแพทย์ โดยอ้างอิงได้จากสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) ที่เปิดเผยผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง สำรวจทุกข์ (Pain Point) จากบริการโรงพยาบาลช่วงเดือน พ.ย. 2561 พบว่า ทุกข์ (Pain Point) จากบริการโรงพยาบาลที่ต้องเร่งปรับปรุงด่วนที่สุด ได้แก่ “รอคิวนาน”

หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เมื่อต้นเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยแนวคิดการแก้ปัญหาลดความแออัดในโรงพยาบาล โดยให้ผู้ป่วยนำใบสั่งยาจากแพทย์กลับไปรับยากับร้านขายยาที่ลงทะเบียนไว้กับกระทรวงสาธารณสุข 20,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อแก้ปัญหาการรอคิวนาน อำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วยให้ใช้เวลาในโรงพยาบาลน้อยลง

นายอนุทิน กล่าวว่า ปัญหาการรอคิวนานไม่เพียงมาจากการรอพบแพทย์ การรอรับยาก็นานเช่นกัน ซึ่งขั้นตอนการรับยาสามารถแก้ไขได้ง่ายกว่า ฉะนั้น การเปลี่ยนจากการรอคิวรับยาอย่างยาวนานในโรงพยาบาล โดยให้ผู้ป่วยนำใบสั่งยาจากแพทย์กลับบ้านแล้วไปรับยาที่ร้านขายยา ซึ่งมีกว่า 20,000 แห่งที่ลงทะเบียนกับกระทรวงสาธารณสุขแทน จึงถือเป็น “ทางออก” ที่สามารถทำได้

ส่วนยานั้นเป็นยาทั่วไปในบัญชียาของ สปสช. หากเป็นยาทั่วไปยาในบัญชีก็ไปรับร้านขาย ขณะที่ยาโรคเรื้อรังถ้าเป็นยาเฉพาะทางก็รับที่โรงพยาบาลเหมือนเดิมขณะที่ระบบการจ่ายเงิน ก็ไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อนอะไร เพราะโรงพยาบาลสามารถนำเงินงบประมาณที่ได้รับจาก สปสช.ไปเบิกจ่ายให้กับร้านขายยาอีกทอดหนึ่ง

“ไอเดียนี้น่าจะเป็นการลดความหนาแน่นในโรงพยาบาลได้ดีที่สุด คือ ตั้งแต่เข้ามาก็ให้มันน้อย พบแพทย์เสร็จออกไปให้เวลาที่อยู่ รพ.น้อยที่สุด ก็คิดอะไรได้ก็ทำ ถ้าเป็นประโยชน์ ถ้าเป็นสิ่งที่ลดภาระ ลดเวลา ลดความไม่สบายไม่สะดวกทั้งหลาย เรื่องนี้เป็นแค่กลไกที่คิดขึ้น หากผู้ปฏิบัติคิดว่าเป็นไปได้ เห็นตรงกันก็เดินหน้าหาบทสรุปเพื่อดำเนินการ โดยจะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาและหารือ ซึ่งก็จะทำให้เร็วที่สุด” นายอนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สธ. แจกแจง

ด้าน นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงประเด็นการลดความหนาแน่นการรับบริการทางการแพทย์ในโรงพยาบาลรัฐ นอกจากการหาแนวทางรับยาที่ร้านขายยา อนาคตจะมีการจัดส่งยาไปที่บ้านผู้ป่วย โดยให้ “อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)” ช่วยส่งยาให้แก่ผู้ป่วย พร้อมทั้งให้ความรู้การใช้ยาแก่ผู้ป่วย และผลข้างเคียงแก่ผู้ป่วย

พร้อมกันนี้ กระทรวงสาธารณสุขเตรียมยกระดับสถานีอนามัย 9,000 แห่ง ทั่วประเทศ ให้เป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล โดยมีแพทย์ประจำซึ่งทำให้ต้องเร่งผลิตแพทย์และบุคลากรด้านสาธารณสุขเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ ปีงบประมาณ 2564 จะมีการบรรจุแพทย์ บุคลากรสาธารณสุข ให้พอกับความต้องการที่มีอยู่ทุกหน่วยให้มากที่สุด

กล่าวสำหรับการขับเคลื่อนแนวคิดให้ผู้ป่วยนำใบสั่งยาจากแพทย์กลับไปรับยาที่ร้านขายยาใกล้บ้าน ซึ่งขึ้นทะเบียนกับกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ 20,000 แห่งนั้น ในแง่กฎหมายผ่านฉลุยไม่ติดขัดประการใด ซึ่งที่ผ่านมามีการนำร่องแล้วในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยมีร้านขายยาที่ทดลองใช้ระบบดังกล่าว 36 แห่ง และจะขยายไปยังโรงพยาบาลศูนย์ระดับภูมิภาค

นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า สปสช.ได้ขึ้นทะเบียนร้านยาทั้ง 36 แห่งในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่เข้าร่วมทดลองระบบดังกล่าวให้เป็นหน่วยร่วมใช้บริการ ประเภท “ร้านยาชุมชนอบอุ่น”และลงได้มีการลงพื้นที่ไปตรวจสอบอยู่เป็นระยะๆ

ทั้งนี้ ย้อนกลับไป เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2562 บอร์ด สปสช. ได้เห็นชอบกำหนดให้ร้านขายยาแผนปัจจุบัน (ข.ย.1) เป็นสถานบริการสาธารณสุขอื่นที่คณะกรรมการกำหนดเพิ่มเติม ตามมาตรา 3 พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 โดยให้นำร่องในพื้นที่กรุงเทพฯ รับสมัครร้านขายยาขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในระบบบัตรทอง ภายใต้ชื่อ “ร้านยาชุมชนอบอุ่น”

ขณะที่ ภญ.ดร.ศิริรัตน์ ตันปิชาติ นายกสมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) กล่าวถึงโครงการร้านยาชุมชนอบอุ่นว่าเป็นความร่วมมือกับ สปสช. เพื่อเปิดบทบาทให้ร้านยาเป็นหน่วยบริการสนับสนุนงานด้านสาธารณสุข ซึ่งทำงานเชื่อมโยงข้อมูลและส่งต่อข้อมูลระหว่างหน่วยบริการตามสิทธิที่ประชาชนใช้บริการ เป็นการนำภาคเอกชนมาสนับสนุนการทำงานของภาครัฐ

สำหรับการรับยาที่ร้านขายยานั้น สปสช. ใช้วิธีการจ่ายเงินตรงไปยังร้านขายยา โดยมีเงื่อนไขกำหนด ดังนั้น การขยายบริการให้ไปรับยาที่ร้านขายยาก็สามารถทำได้ และไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดความคลาดเคลื่อนจากการใช้ยา เนื่องจากต้องมีเภสัชกรเป็นผู้จ่ายยาตามใบสั่งแพทย์เท่านั้น ไม่สามารถจ่ายยาน้อยกว่าหรือเพิ่มขึ้นจากใบสั่งแพทย์ได้ และสามารถอธิบายวิธีการใช้ยาได้เหมือนกับเภสัชกรในโรงพยาบาล

ส่วนคำถามที่ว่า หากมีการดำเนินการเช่นนี้จะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่บุคลากรภายในโรงพยาบาลที่มีการเปิดร้านขายยาในพื้นที่ด้วยหรือไม่ เลขาธิการ สปสช. อธิบายว่าการจ่ายยาของร้านขายยานั้นๆ จะต้องผ่านการตรวจสอบตามข้อกำหนดของระบบหลักประกันสุขภาพฯ กลายๆ มีกลไกควบคุมอยู่แล้ว

การ “รับยา” ที่ “ร้านขายยาใกล้ฉัน” นับเป็นทางเลือกแก่ผู้ป่วย ช่วยให้ไม่ต้องเสียเวลารอคิวนาน เป็นหนึ่งในวิธีการแก้โจทย์ใหญ่ “ปัญหาความแออัดในโรงพยาบาลรัฐ” นอกจากนำกลไกต่างๆ เข้ามาจัดการแล้ว คงต้องย้อนกลับมาทบทวนระบบการจ่ายยาภายโรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศ ความล่าช้าที่ตัวระบบเกิดจากสาเหตุใด จะแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร

การยกเครื่องระบบสาธารณสุขไทย เป็นโจทย์ใหญ่ของ “หมอหนู - อนุทิน ชาญวีรกูล” ที่มีประชาชนคนไทยกว่า 70 ล้านชีวิต เป็นเดิมพัน ขณะเดียวกันก็ถือเป็น “ความท้าทาย” ให้ “โรงพยาบาลรัฐ”หาหางปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารจัดการในเรื่องดังกล่าวให้ดีขึ้นไปในตัวด้วย

ที่มา :  
https://mgronline.com/daily/detail/9620000075736